การสะเดาะเคราะห์ การแก้กรรม มีจริงหรือไม่ ตอนที่ 3 (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

การสะเดาะเคราะห์ การแก้กรรม มีจริงหรือไม่ ตอนที่ 3 (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

ประการที่สอง ต่อนี้ไปจะให้ญาติโยมทั้งหลายรับศีล การสมาทานศีลมีอานิสงส์ ๓ อย่างคือ

ความหมายของการรับศีล (การแก้กรรม การสะเดาะเคราะห์ ตอนที่ 3)

๑. สีเลนะ สุคะติง ยันติ คนที่มีศีลอยู่แล้ว เวลามีชีวิตอยู่ก็มีความเป็นปกติสุข ตายจาดความเป็นคนก็ไปเกิดเป็นเทวดา เป็นนางฟ้ามีความสุข

 

๒. สีเลนะ โภคะสัมปะทา ในขณะที่มีชีวิตอยู่เรามีศีลบริสุทธิ ทรัพย์สินก็ไม่เปลืองก็มีการเป็นอยู่ดีในการครองทรัพย์สิน ตายไปก็ร่พรวยมาก

 

๓. สีเลนะ นิพพุติง ยันติ คนที่รักษาศีลได้ดี จะไปนิพพานได้โดยง่าย

 

นี่คือ “อานิสงส์ของศีล” หลังจากนั้นไปจะให้ญาติโยมพุทธบริษัท เจริญวิปัสสนา คือ “เจริญกรรมฐาน” ใช้กำลังพุทธานุสติกรรมฐานเป็นกำลัง นี่เป็นบุญใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนา บุญในพระพุทธศาสนามี ๓ ชั้น คือ ทาน ศีล ภาวนา

 

ภาวนานี่เป็นบุญใหญ่ที่สุด จะให้ญาติโยมภาวนาว่า “พุทโธ” เป็นการนึกถึงพระพุทธเจ้า เวลาหายใจเข้านึกว่า “พุท” เวลาหายใจออกนึกว่า “โธ” ใช้เวลา ๑๐ นาที จงอย่านึกว่าแค่ ๑๐ นาที จะมีบุญน้อย ความจริงไม่ใช่น้อย มีกำลังมากเหลือเกิน

 

การนึกถึงพระพุทธเจ้าอย่าง มัฏฐกุลฑลีเทพบุตร หรือ สุปติฏฐิตเทพบุตร ซึ่งเขาไม่เคยนับถือพระพุทธเจ้า เขานึกถึงท่านอยากให้ท่านมารักษาโรคให้หาย เพียงเท่านี้ไม่ได้เคารพอย่างเรา เขาตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก แต่นี่เราเจริญพระกรรมฐาน นึกถึงพระพุทธเจ้าด้วยอารมณ์ของความเคารพจริงๆ อานิสงส์มากไปกว่านั้น ปรารถนานิพพานในชาตินี้ยังได้

 

หลังจากนั้นจะมีพระเจริญ พระอภิธรรม สวดอภิธรรมมาติกา คำว่า มาติกา เขาสวดสำหรับคนตาย และพวกเราตายแล้วหรือยัง แต่ความจริงเขาไม่ได้สวดเพื่อคนตาย คนตายไม่ได้ฟัง เขาสวดให้คนที่ยังไม่ตายฟัง เพราะ “บทมาติกา” นี่อานิสงส์มากเพียงแค่รับฟังอย่างไม่รู้เรื่อง อย่างค้างคาว ๕๐๐ ตัว ฟังสวดอภิธรรมเพียงแค่เพลิดเพลินไม่ทราบผู้สวดเป็นพระ ไม่ทราบว่าธรรม ที่สวดเป็นธรรมะเพลินไป ผลที่สุดเท้าก็หลุดจากที่เกาะหล่นลงมาตายทั้ง ๕๐๐ ตัว

 

หลังจากตายจากความเป็นค้างคาวแล้วไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก ในเมื่อพระพุทะเจ้าองค์นี้มาตรัส เขาเกิดเป็นลูกชาวประมง ในที่สุดเขาก็ฟังอภิธรรม เพียงแค่จบเดียวโดยย่อก็บรรลุพระอรหันต์ทั้งหมด นี่แค่สัตว์เดรจฉานนะเขาไม่รู้เรื่อง ยังมีอานิสงส์อย่างนี้ ฟังแล้วชาติเดียวเกิดเป็นเทวดา และหลังจากนั้นมาก็เป็นพระอรหันต?

 

ท่านทั้งหลายฟังแล้วด้วยความเคารพ รู้ว่าท่านผูสวดเป็นพระ คำสวดเป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน และฟังด้วยความตั้งใจจริงอย่างนี้ ถ้าปรารถานิพพานชาตินี้ยังได้ ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ไปเกิดเป็นเทวดานางฟ้าหรือพรหม เวลานั้นก็เจอะ พระศรีอาริยเมตไตรย ฟังเทศน์จากพระศรอาริย์จบเดียวก็เป็นพระอรหันต์ นี่เป็นของไม่ยาก ง่ายๆ นะ ตั้งใจให้ดีนะหลังจากนั้นพิธีสะเดาะเคราะห์จะเกิดขึ้นนั่นคือว่าให้พระบังสุกุลตาย

ตอนที่พระบังกุลตายขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ให้ตั้งใจคิดว่าวลานี้ขอผลของความชั่วทั้งหมดบาปกรรมที่ทำมาแล้วจาก… (การละเมิดศีล ๕)…ที่ทำให้จิตใจเรามีความทุกข์ มีความเร่าร้อน ให้มันสลายตัวไป พร้อมกับคำบังสุกุลตายของพระ หลังจากนั้นพระจะบังสุลเป็น ตอนนั้นบรรดาพุทธบริษัท ก็ตั้งใจคิดว่าเวลานี้เราเกิดใหม่พร้อมความดี คือ

 

๑. ศีลที่เราสมาทานแล้ว

๒. สังฆทานที่เราทำแล้วมีอานิสงส์ใหญ่

๓. การภาวนาซึ่งเราทำแล้ว

๔. วันนี้บวชเณร ๘๕ องค์ บวชชีพราหมณ์ ๖๐ องค์เศษๆ

 

คนทั้งหมดที่บวชเป็นนักเรียน โรงเรียนสุธรรมยานเถระวิทยา เป็นนักเรียนที่ได้สมาบัติ คือได้ฌานโลกีย์ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาบัติขั้นอภิญญา เขาสามารถไปเที่ยวสวรรค์ นรกได้ เพราะโรงเรียนนี้มีกฎบังคับ เด็กที่เข้าโรงเรียนนี้ ต้องเจริญกรรมฐานก่อน ต้องสอบกันก่อนว่าเที่ยวสวรรค์นรกได้หรือเปล่า ระลึกชาติได้หรือเปล่า ถ้าทำไม่ได้เข้าโรงเรียนนี้ไม่ได้ เมื่อเข้ามาได้แล้วก็มีการซักซ้อมทุกอาทิตย์ เป็นอันว่าเณรและชีพวกนี้เป็นผู้ทรงฌาน ผู้ทรงฌาน พระโสดาบันเรียกว่า เป็นผู้ปฏิบัติตนเพื่อพระโสดาปัตติมรรค ทำบุญมีอานิสงส์มาก

 

ฉะนั้นบรรดาท่านพุทธบริษัท ถ้าต้องการทำบุญให้มากขึ้น เวลาเลิกแล้วก็เอาสตางค์มาใส่ขัน ตั้งใจบวชเณรบวชชี มากก็ได้น้อยก้ได้ ๕ สตางค์ก็ได้ ๑๐ สตางค์ก็ได้ สลึงก็ได้ บาทก็ได้ตามชอบใจ ตามที่จะพึงทำได้ ให้ตั้งใจคิดว่า เวลานี้เราบวเณรบวชชี

 

สำหรับ “การบวชเณร” นี่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท ถ้าพ่อแม่ของเณร ถ้าลูกบวชหนึ่งองค์ เขาจะมีอานิสงส์เกิดเป็นเทวดานางฟ้า หรือเป็นพรหมได้คนละ ๑๕ กัป ลูกชายได้ ๓๐ กัป ญาติโยมที่ไม่ใช่พ่อแม่ของเณรจะได้อานิสงส์คนละ ๔ กัป

 

ทีนี้มัน ๘๕ องค์นี่ เอา ๔ คูณ ๘๕ เข้าได้เท่าไหร่ ก็รวมความว่าก็ได้ ๓๐๐ กัปกว่า ถ้าเราตายจากชาตินี้เป็นเทวดาหรือพรหมก็สามารถเป็นเทวดาหรือพรหม อยู่ได้ถึง ๓๔๐ กัป ในเมื่อท่านทั้งหลายมีบุญขนาดนี้ก็อยู่ไม่ถึง ๓๐๐ กัป ไปนิพพานแน่ ก็เป็นอันว่ามีความดีใหญ่

 

 

ขั้นตอนพิธีการสะเดาะเคราะห์ การแก้กรรม

(ต่อจากนั้นหลวงพ่อนำรรดาญาติโยมพุทธบริษัทสมาทานศีล ๕ จบแล้ว สมาทานพระกรรมฐานแล้วให้ภาวนาพุทโธ ๑๐ นาที)

 

(ต่อจากนั้นพระเริ่มสวดอภิธรรมมาติกา)

 

(สวดจบหลวงพ่ออธิบายต่ออีกว่า)

 

อันดับต่อนี้ไปบรรดาญาติโยมทั้งหลายฟังอภิธรรมแล้ว เป็นมหากุศลใหญ่ที่กล่าวมาแล้วนี้ ต่อไปนี้ก็เป็นการสะเดาะเคราะห์ พระจะบังสกุลตาย ขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายคิดว่า ขึ้นชื่อว่าอกุศลกรรมที่ทำมาแล้วในชาติก่อน (ช่วงนี้หลวงพ่อพูดถึงศีล ๕)

 

อกุศลทั้งหลายเหล่านี้ที่ให้ผลกับเราในชาตินี้ก็ตาม ขอบุญบารมีของเราที่มีแล้วในวันนี้เป็นมหาศาล จงทำลายอกุศลกรรมทั้งหลายให้พินาศสลายไปพร้อมกับคำว่ บังสกุลตายของพระ หมายความว่า ให้เคราะห์กรรมต่างๆ มันตายไปกับคำบังสกุลตายของพระ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปนะ ตั้งใจตามนั้นนะ

 

(พระสงฆ์บังสกุลตาย)

อนิจจา วะตะ สังขารา อุปปาทะวะยะธัมมิโน อุปปัชชิตวา นิรุชฌันติ เตสัง วูปะสะโม สุโขฯ

 

(หลวงพ่ออธิบายต่ออีกว่า)

 

ขอให้เคราะห์กรรมต่างๆ ของญาติโยมทั้งหลาย จงสลายตัวไป ต่อไปนี้จะบังสกุลเป็น ขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทจงคิดว่า เวลานี้เราเกิดใหม่พร้อมกับความดี คือ เป็นผู้มีศีล เราสมาทานศีลแล้ว อานิสงส์ศีลจะปรากฏกับเรา

 

ประการที่ ๒ เราถวายสังฆทาน นี่เป็นมหากุศลใหญ่ ชาตินี้ก็มีความคล่องตัวในความเป็นอยู่ ในการบริโภคทรัพย์ ชาติต่อไปจะเป็นมหาเศรษฐีทุกชาติจนกว่า จะเข้าพระนิพพาน

 

และประการที่ ๓ เราได้มีการบวชเณร บวชเณรมีอานิสงส์มาก จะเป็นเทวดานางฟ้าอยู่ได้นาน

 

ประการที่ ๔ เราเจริญพระกรรมฐาน พระกรรมฐานนี่เป็นปัจจัยเข้าถึงพระนิพพานโดยตรง จะเป็นเหตุให้พุทธบริษัทพ้นจากความทุกข์ คือไปนิพพานได้

 

ประการที่ ๕ ฟังอภิธรรม อภิธรรมจัว่าเป็นอานิสงส์ให้เกิดปัญญา ถ้าบังเอิญจะเกิชาติหน้า เป็นคนร่ำรวย เป็นคนมีอายุยืนนาน มีความสวยก็ตาม ถ้าไร้ปัญญาก็ไร้ประโยชน์ ฉะนั้นการฟังอภิธรรมจึงเกิดประโยชน์กับบรรดาพุทธบริษัทในด้าน ปัญญา ฉะนั้นขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายโดยถ้วนหน้า จงคิดว่าผลบุญทั้งหมดตามที่กล่าวมาแล้วนี้คือ

 

๑. ศีล ๒. สังฆทาน ๓. บวชเณร ๔. เจริญกรรมฐาน ๕. ฟังอภิธรรม จงดลบันดาลให้ข้าพเจ้าเป็นผู้เกิดขึ้นพร้อมกับความดีอันนี้ มีแต่ความสุขตลอดไป ตลอดชีวิต ถ้าตายจากชาตินี้เมื่อไรขอไปนิพพานทันทีทันใดนะ

 

(ต่อนี้ไป พระจะบังสกุลเป็น)

อะจิรัง วะตะยัง กาโย ปะฐะวิง อะทิเสสสะติ ฉุฑโฑ อะเปตะวิญญาโณ นิรัตถังวะ กะริงคะรังฯ

 

ต่อนี้ไปขอญาติโยมทั้งหมด รับพรจากพระสงฆ์นะ อธิษฐานตามชอบใจ

 

(พระสงฆ์ให้พร)

 

หลังจากนี้หลวงพ่อก็ให้พระประพรมน้ำพุทธมนต์ให้ เป็นเสร็จพิธี

ดังนั้นเมื่อเราได้เข้าใจถึงสภาวะของไตรลักษณ์ ที่ทำให้เห็นถึงการเกิด ทุกข์ ไม่แน่นอน ไม่ทรงตัวใด ๆ และ สุดท้ายก็ต้องพลัดพรากจากกันไปตาม กฏ ทุกข์ อนิจจัง อนัตตา และเรามีศีล สมาธิ ปัญญา เป็นที่พึ่ง จึงทำให้การแก้กรรม ได้เห็นถึงสัจจะธรรม จึงนับได้ว่าไม่มีเคราะห์ และทำให้เกิดปัญญาหลุดพ้น

ติดตามอ่านย้อนหลัง ตอนที่  1 โดยหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ 

ติดตามอ่านย้อนหลัง ตอนที่  2 โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ